ทำไมถึงปวดหลังส่วนล่าง? นักกายภาพบำบัดอธิบาย 3 สาเหตุหลัก

สารบัญ

  1. บทนำ
  2. สาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่าง
  3. ทำไมถึงเกิดอาการปวดหลัง?
  4. การเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อในแต่ละระยะ
  5. กล้ามเนื้อหลังส่วนล่างอ่อนแรงหรือไม่?
  6. ปัจจัยที่เพิ่มโอกาสปวดหลังส่วนล่าง
  7. การออกกำลังกายแกนกลางช่วยป้องกันปวดหลังได้ไหม?
  8. สิ่งที่ควรฝึกเพื่อป้องกันปวดหลัง
  9. Q&A

บทนำ

อาการปวดหลังส่วนล่างเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยและส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตอย่างชัดเจน ตั้งแต่ความสามารถในการเคลื่อนไหวประจำวันไปจนถึงสมรรถภาพทางร่างกาย การทำงานของกล้ามเนื้อ และความแข็งแรงของกระดูกสันหลัง สาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่างมีหลายปัจจัย ทั้งจากไลฟ์สไตล์ การทำงาน การบาดเจ็บจากกีฬา หรืออุบัติเหตุ หากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม อาการเหล่านี้อาจพัฒนาไปสู่ปวดหลังเรื้อรังและส่งผลต่อความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัว

นักกายภาพบำบัดชี้ว่า สาเหตุหลักมาจากหมอนรองกระดูกสันหลังฉีกหรือเสื่อมสภาพ การหลั่งสารอักเสบและตัวกระตุ้นความเจ็บปวดที่มากขึ้น ทำให้หมอนรองกระดูกไวต่อความเจ็บปวด นอกจากนี้ กล้ามเนื้อหลังส่วนล่างยังมีการเปลี่ยนแปลงตามระยะเวลา ตั้งแต่กล้ามเนื้อฝ่อลีบ มีไขมันแทรก ไปจนถึงเกิด Fibrosis ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่เพิ่มโอกาสเกิดอาการปวด

หัวข้อรายละเอียด
สาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่าง– ไลฟ์สไตล์- รูปแบบการทำงาน- กลุ่มประชากร- การบาดเจ็บจากกีฬา- อุบัติเหตุ
ความเสี่ยงหากไม่ดูแลอาการปวดอาจกลายเป็นปวดหลังเรื้อรัง
ผลกระทบต่อร่างกาย– ความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ- การทำงานของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อ- การทำงานของกระดูกสันหลังและแกนกลางลำตัว

สาเหตุของอาการปวดหลังส่วนล่าง

อาการปวดหลังส่วนล่างเกิดได้จากหลายปัจจัยKUBET เช่น ไลฟ์สไตล์, รูปแบบการทำงาน, กลุ่มประชากร, การบาดเจ็บจากกีฬา KUBET หรืออุบัติเหตุ หากไม่ดูแลอย่างเหมาะสม อาการอาจกลายเป็น ปวดหลังเรื้อรัง

ทำไมถึงเกิดอาการปวดหลัง?

งานวิจัยพบว่า KUBET สาเหตุทางกายภาพของ ปวดหลังเรื้อรัง คือ:

  • หมอนรองกระดูกสันหลังเกิดรอยฉีกหรือเสื่อมสภาพ
  • มีการหลั่งสารอักเสบและตัวกระตุ้นความเจ็บปวดมากขึ้น
  • ทำให้หมอนรองกระดูกมีความไวต่อความเจ็บปวด

การเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อในแต่ละระยะ

  • ระยะเฉียบพลัน (Acute phase): กล้ามเนื้อมีการแทรกซึมของไขมัน KUBET ขนาดกล้ามเนื้อลดลง
  • ระยะกึ่งเฉียบพลัน (Sub-acute phase): กล้ามเนื้อเกิด Fibrosis (เนื้อเยื่อเกี่ยวพันแทนที่เนื้อกล้ามเนื้อปกติ) พร้อมไขมันแทรกซึมต่อเนื่อง KUBET
  • ระยะเรื้อรัง (Chronic phase): กล้ามเนื้อ ฝ่อลีบ พร้อม Fibrosis และไขมันแทรกซึมต่อเนื่อง

กล้ามเนื้อหลังส่วนล่างอ่อนแรงหรือไม่?

กล้ามเนื้อแกนลึก เช่น Transverse abdominis และ Multifidus KUBET เป็นกล้ามเนื้อหลักช่วยเสถียรหลัง
กล้ามเนื้อผิวชั้นตื้น เช่น Erector spinae ทำหน้าที่เคลื่อนไหวกระดูกสันหลัง KUBET
การปวดหลังเรื้อรังหรือหมอนรองกระดูกสันหลังเคลื่อนมักพบ ไขมันแทรกในกล้ามเนื้อและกล้ามเนื้อฝ่อลีบ
กล้ามเนื้อ Multifidus: กลุ่มสุขภาพ <10% ไขมันแทรก, กลุ่มปวดหลัง 10–50%, กลุ่มหมอนรองกระดูกเคลื่อน >50%
พบว่าผู้หญิงมีแนวโน้มไขมันแทรกมากกว่าผู้ชาย
ระยะเวลาปวดสัมพันธ์กับไขมันแทรก KUBET แต่ระดับความเจ็บปวดไม่สัมพันธ์ตรงกับไขมัน

ปัจจัยที่เพิ่มโอกาสปวดหลังส่วนล่าง

  • การเคลื่อนไหวด้านข้างของลำตัว (Lateral flexion) – หากเคลื่อนไหวด้านข้างไม่เพียงพอ มีโอกาสปวดหลังสูง 1.44 เท่า
  • ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อหลังต้นขา (Hamstring flexibility) – ความยืดหยุ่นไม่เพียงพอ เพิ่มโอกาสปวดหลัง ~4%
  • ความโค้งของกระดูกสันหลังส่วนเอว (Lumbar lordosis) – หากมุมความโค้งลดลง เพิ่มโอกาสปวดหลัง ~37%
  • ประวัติการปวดหลังและกระดูกเชิงกรานเอียงหลังมากขึ้น ยังเพิ่มความเสี่ยงปวดหลัง

การออกกำลังกายแกนกลางช่วยป้องกันปวดหลังได้ไหม?

การออกกำลังกายช่วย:

  • จำกัดการเคลื่อนที่เกินพอดี
  • รักษาโครงสร้างและความสมดุลของร่างกาย
  • ลดความเสี่ยงบาดเจ็บในชีวิตประจำวันและระหว่างออกกำลังกาย

สิ่งที่ควรฝึกเพื่อป้องกันปวดหลัง

  • ความดันในช่องท้อง (Intra-abdominal pressure) – ความดันสม่ำเสมอ ลดแรงกดบนกระดูกสันหลัง
  • การรับน้ำหนักตามแกนกลาง (Axial load) – การเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องและหลังพร้อมกัน เพิ่มความแข็งแรง
  • ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อสะโพกและลำตัว (Hip & trunk muscle stiffness) – ควบคุมการเคลื่อนไหวเพื่อความสมดุล ไม่ควรพึ่งพากล้ามเนื้อเพียงกลุ่มเดียว

Q&A

  1. อาการปวดหลังส่วนล่างส่งผลต่อร่างกายอย่างไร?
    ส่งผลต่อความแข็งแรงและความทนทานของกล้ามเนื้อ, การทำงานของเนื้อเยื่อ, และกระดูกสันหลังรวมถึงแกนกลางลำตัว
  2. สาเหตุทางกายภาพของปวดหลังเรื้อรังมีอะไรบ้าง?
    เกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลังฉีกหรือเสื่อม, มีสารอักเสบและตัวกระตุ้นความเจ็บปวดมากขึ้น, ทำให้หมอนรองกระดูกไวต่อความเจ็บปวด
  3. การเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อหลังส่วนล่างในระยะต่าง ๆ เป็นอย่างไร?
    ระยะเฉียบพลัน: กล้ามเนื้อฝ่อลีบและมีไขมันแทรก
    ระยะกึ่งเฉียบพลัน: เกิด Fibrosis และไขมันแทรกต่อเนื่อง
    ระยะเรื้อรัง: กล้ามเนื้อฝ่อลีบ, Fibrosis และไขมันแทรกมากขึ้น
  4. ปัจจัยใดบ้างที่เพิ่มโอกาสปวดหลังส่วนล่าง?
    การเคลื่อนไหวด้านข้างของลำตัวไม่เพียงพอ, ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อหลังต้นขาน้อย, ความโค้งของกระดูกสันหลังส่วนเอวลดลง และประวัติการปวดหลัง
  5. การออกกำลังกายแกนกลางช่วยป้องกันปวดหลังได้อย่างไร?
    ช่วยจำกัดการเคลื่อนไหวเกินพอดี, รักษาโครงสร้างและสมดุลของร่างกาย, ลดแรงกดบนกระดูกสันหลัง และเสริมความแข็งแรงกล้ามเนื้อหน้าท้อง หลัง และสะโพก




เนื้อหาที่น่าสนใจ:

More Articles & Posts