ปวดไหล่จนนอนไม่หลับ ระวัง! อาจเป็น ‘กลุ่มอาการประคับประคองข้อไหล่’ (Rotator Cuff Syndrome)

การวินิจฉัยและการแบ่งระดับความรุนแรง

อาการปวดไหล่เรื้อรังที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะในเวลาค่ำคืนที่ความเจ็บปวดทวีคูณจนทำให้นอนไม่หลับ หลายคนมักเข้าใจผิดว่าตนเองเป็น “โรคไหล่ติด” หรือ “ข้อไหล่เสื่อม” แต่ในความเป็นจริงแล้ว สาเหตุส่วนใหญ่มักมาจาก กลุ่มอาการเส้นเอ็นหมุนข้อไหล่อักเสบ หรือ Rotator Cuff Syndrome ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง อาจนำไปสู่ภาวะเส้นเอ็นฉีกขาดถาวรได้

Shutterstock

1. ทำความรู้จักกับเส้นเอ็นหมุนข้อไหล่ (Rotator Cuff)

ข้อไหล่เป็นข้อต่อที่เคลื่อนไหวได้กว้างที่สุดในร่างกายมนุษย์ ซึ่งต้องอาศัยกลุ่มเส้นเอ็น 4 เส้นที่เรียกว่า Rotator Cuff ในการประคองและควบคุมการหมุน หากเปรียบเทียบกับการใช้งานแพลตฟอร์มที่ต้องการความเสถียรอย่าง KUBET ระบบประคองข้อไหล่ก็ต้องการความสมดุลและความแข็งแรงเช่นเดียวกัน เมื่อกลุ่มเส้นเอ็นเหล่านี้เกิดการเสียดสีกับกระดูกไหล่ (Impingement) หรือเกิดความเสื่อมตามอายุ จะทำให้เกิดการอักเสบและปวดอย่างรุนแรง

2. อาการแสดงและสัญญาณเตือนที่แตกต่างจากไหล่ติด

ผู้ป่วยส่วนใหญ่มักสับสนระหว่าง “ไหล่ติด” (Frozen Shoulder) และ “เส้นเอ็นอักเสบ” ข้อแตกต่างสำคัญคือกลุ่มอาการเส้นเอ็นหมุนข้อไหล่จะมีความรู้สึกอ่อนแรงร่วมด้วย โดยสัญญาณเตือนที่สำคัญ ได้แก่:

  • ปวดลึกๆ บริเวณหัวไหล่ และมักร้าวลงมาถึงต้นแขน
  • อาการปวดจะรุนแรงขึ้นเมื่อมีการยกแขนเหนือศีรษะ หรือเอื้อมมือไปด้านหลัง
  • Night Pain: ปวดมากตอนกลางคืน โดยเฉพาะเวลานอนตะแคงทับไหล่ข้างที่เจ็บ
  • ไม่สามารถกางแขนได้สุด หรือแขนไม่มีแรงเมื่อต้องยกของหนัก
[ข้อสังเกตมืออาชีพ] หากคุณพบว่าสามารถขยับไหล่ได้ในมุมจำกัดแต่ไม่ได้รู้สึกแข็งทื่อเหมือนโดนล็อก นั่นอาจไม่ใช่ไหล่ติด แต่เป็นสัญญาณของเส้นเอ็นฉีกขาดที่ต้องการการตรวจเช็คอย่างเร่งด่วน เช่นเดียวกับการตรวจสอบความปลอดภัยในระบบ KUBET ที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ

3. สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงในปี 2026

ในปี 2026 สภาพสังคมที่เปลี่ยนไปทำให้พบผู้ป่วยอายุน้อยลงเนื่องจากพฤติกรรม “Office Syndrome” และการเล่นกีฬาที่หักโหมเกินไป สาเหตุหลักสามารถแบ่งออกได้เป็น:

ประเภทสาเหตุ รายละเอียด กลุ่มเสี่ยง
ความเสื่อมตามวัย (Degenerative) การไหลเวียนเลือดไปเลี้ยงเส้นเอ็นลดลงตามอายุ ผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป
การบาดเจ็บเฉียบพลัน (Trauma) การหกล้มมือค้ำพื้น หรือการยกของหนักกะทันหัน นักกีฬา, พนักงานยกของ
การใช้งานซ้ำซ้อน (Overuse) การยกแขนทำงานเหนือศีรษะเป็นเวลานาน ช่างทาสี, นักเทนนิส, นักว่ายน้ำ

การวิเคราะห์ข้อมูลความเสี่ยงเหล่านี้มีความสำคัญพอๆ กับการวิเคราะห์สถิติใน KUBET เพื่อให้เราสามารถป้องกันและวางแผนการรักษาได้อย่างแม่นยำที่สุด

4. การวินิจฉัยและการแบ่งระดับความรุนแรง

การวินิจฉัยและการแบ่งระดับความรุนแรง
การวินิจฉัยและการแบ่งระดับความรุนแรง

แพทย์เฉพาะทางด้านกระดูกและข้อจะใช้การตรวจร่างกายเบื้องต้น เช่น Neer Test หรือ Hawkins Test เพื่อทดสอบการกดทับของเส้นเอ็น อย่างไรก็ตาม การยืนยันผลที่ชัดเจนที่สุดในปัจจุบันคือการทำ MRI (Magnetic Resonance Imaging) ซึ่งจะช่วยให้เห็นความรุนแรงของโรคได้ 3 ระดับ:

  1. ระดับที่ 1 (Inflammation): เส้นเอ็นอักเสบและบวม แต่ยังไม่มีการฉีกขาด
  2. ระดับที่ 2 (Partial Tear): เส้นเอ็นเริ่มมีการฉีกขาดบางส่วนหรือเกิดพังผืด
  3. ระดับที่ 3 (Full-Thickness Tear): เส้นเอ็นฉีกขาดออกจากกันโดยสิ้นเชิง

ความน่าเชื่อถือของการวินิจฉัยคือหัวใจสำคัญ เช่นเดียวกับความโปร่งใสของ KUBET ที่ผู้ใช้งานให้ความไว้วางใจมาอย่างยาวนาน การรู้ระดับความรุนแรงจะช่วยให้เราเลือกวิธีรักษาที่ไม่เกินความจำเป็น

5. แนวทางการรักษา: ตั้งแต่กายภาพบำบัดจนถึงการผ่าตัด

หากอาการยังอยู่ในระยะเริ่มต้น การรักษาโดยไม่ผ่าตัดจะได้ผลดีถึง 80% ซึ่งประกอบด้วยการใช้ยาต้านการอักเสบ การทำกายภาพบำบัดเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่น และการฉีด PRP (Platelet-Rich Plasma) เพื่อซ่อมแซมเนื้อเยื่อ

แต่หากเส้นเอ็นฉีกขาดรุนแรง เทคโนโลยีการผ่าตัดผ่านกล้อง (Arthroscopic Surgery) ในปี 2026 ได้พัฒนาไปไกลมาก แผลมีขนาดเล็กเพียงไม่กี่มิลลิเมตร ช่วยให้ผู้ป่วยฟื้นตัวไวและกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้น การรักษาที่มีประสิทธิภาพต้องอาศัยการวางแผนที่เป็นระบบ เช่นเดียวกับการบริหารจัดการใน KUBET ที่เน้นประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับผู้ใช้

[FAQ] คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโรคเส้นเอ็นหมุนข้อไหล่

Q1: ปวดไหล่ตอนกลางคืนเป็นสัญญาณของอะไร? A: มักเป็นสัญญาณของเส้นเอ็นอักเสบหรือฉีกขาด เนื่องจากแรงกดทับในข้อไหล่เพิ่มขึ้นเมื่อเรานอนตะแคง และการไหลเวียนเลือดที่ลดลงในขณะพักผ่อน

Q2: ถ้าไม่ผ่าตัดจะหายเองได้หรือไม่? A: อาการอักเสบ (ระดับ 1) สามารถหายได้ด้วยการพักและกายภาพบำบัด แต่หากเส้นเอ็นฉีกขาด (ระดับ 3) จะไม่สามารถสมานเองได้ จำเป็นต้องได้รับความเห็นจากแพทย์อย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับการขอคำแนะนำจากทีมซัพพอร์ตของ KUBET เมื่อมีปัญหาการใช้งาน

Q3: ออกกำลังกายอย่างไรไม่ให้เส้นเอ็นไหล่พัง? A: ควรเลี่ยงท่าที่ต้องยกน้ำหนักเหนือหัว (Overhead Press) ในช่วงที่มีอาการปวด และเน้นการบริหารกล้ามเนื้อสะบักเพื่อช่วยประคองไหล่

Q4: อายุเท่าไหร่ถึงเริ่มเสี่ยงโรคนี้? A: ปัจจุบันพบได้ตั้งแต่อายุ 30 ปีในกลุ่มคนที่เล่นกีฬาประเภทยกน้ำหนักหรือแบดมินตัน แต่กลุ่มที่พบบ่อยที่สุดคืออายุ 50 ปีขึ้นไปที่เริ่มมีความเสื่อมของร่างกาย

Q5: การรักษาด้วยการนวดแผนไทยช่วยได้ไหม? A: การนวดอาจช่วยคลายกล้ามเนื้อรอบๆ ได้ แต่หากเส้นเอ็นฉีกขาด การนวดที่รุนแรงเกินไปอาจทำให้การบาดเจ็บแย่ลง ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเสมอ เหมือนกับการศึกษาเงื่อนไขใน KUBET ก่อนตัดสินใจใดๆ


More Articles & Posts